สมัครแทงบอลเว็บไหนดี ปีเก้จวกรามอสจงใจศอกเมสซี่จนได้เลือด

สมัครแทงบอลเว็บไหนดี

เคราร์ด ปีเก้ ปราการหลังของ บาร์เซโลน่า ออกมาจวก เซร์คิโอ รามอส จงใจเล่นนอกเกมใส่ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยการศอกใส่จนกองหน้าเพื่อนร่วมทีมถึงขั้นเลือดออก

สมัครแทงบอลเว็บไหนดี ในจังหวะที่ รามอส วิ่งเข้าใส่ เมสซี่ จังหวะสกัดบอลแต่ก็จงใจฟันศอกใส่ที่หน้าดาวยิงเจ้าบุญทุ่ม แต่กลับไม่โดนไล่ออก ซึ่งทาง ปีเก้ ออกมาจวกกองหลังเพื่อนร่วมชาติกับเหตุการณ์นี้

“เลโอ มีเลือดออกในปากด้วย” ปีเก้ กล่าว “มันเป็นอะไรที่รุนแรงมาก”

“มันไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น, ผมเองเข้ากับผู้เล่นของ เรอัล มาดริด ได้ดี”

“แต่เมื่อคุณลงสู่สนามคุณต้องปกป้องทีมและการแข่งขันคือสิ่งที่คุณต้องสู้”

“แต่เมื่อเกมจบลง, มิตรภาพก็ยังเหมือนเดิม, นักเตะทุกคนให้ความเคารพเราเป็นอย่างดี”

สมัครเว็บพนันบอล ซาร์รี่ชี้เปาอังกฤษยังใช้VARไม่เป็น

สมัครเว็บพนันบอล

เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมเชลซี ไม่พอใจการใช้งานเทคโนโลยีวีเออาร์ของผู้ตัดสินอังกฤษที่ไม่เข้าใจ ระบบดีนัก แถมใช้แค่ในฟุตบอลถ้วย แต่ไม่ได้ใช้ในพรีเมียร์ลีก

สมัครเว็บพนันบอล เชลซี ของ ซาร์รี่ เป็นฝ่ายพ่ายต่อ สเปอร์ส 0-1 จากจุดโทษที่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ก่อนเป่าให้เจ้าถิ่นและเป็น แฮร์รี่ เคน ยิงประตูชัย ขณะที่ซาร์รี่มองว่าจังหวะนี้ เคน ล้ำหน้าแน่นอน

ซาร์รี่ ให้ความเห็นหลังเกมว่า “ไม่กี่นาทีก่อน ผมดูที่วิดีโอจากกล้องของเรา มันเป็นการล้ำหน้า กล้องของเราอยู่ในไลน์เดียวกับ แฮร์รี่ เคน”

“ล้ำหน้าที่หัวและหัวเข่า ล้ำหน้า มันสำคัญนะที่ไลน์แมนจะวิ่งต่อ เขามีผลต่อกองหลังของเรา ผมคิดว่าผู้ตัดสินอังกฤษไม่สามารถใช้ระบบนี้ได้”

“หากคุณไม่แน่ใจกับระบบ คุณก็จำเป็นวิ่งต้องตามลูกบอล และตัดสินที่จังหวะการเล่นสุดท้าย แต่เขาหยุดวิ่งและไม่ตามบอล-สำหรับกองหลังเราแล้วมันเป็นการล้ำหน้า ผมไม่รู้ในกรณีผู้รักษาประตูนะ แต่กองหลังเราเช็กล้ำหน้าได้”

“ผมคิดว่าพวกเขาต้องศึกษาระบบนี้ มันแปลกมากนะ พรีเมียร์ลีกที่ไม่มีวีเออาร์ แต่ในคาราบาว คัพ กลับมี มันแปลกมากสำหรับเรา สำหรับนักเตะ และผู้ตัดสิน” กุนซืออิตาเลียน กล่าว

สมัครเว็บแทงบอล สรุปเอฟเอคัพรอบ3พรีเมียร์ตกรอบ6ทีม

สมัครเว็บแทงบอล

เอฟเอ คัพ รอบ 3 ลงสนามกัน 4 วันครบ 32 คู่ มีทีมจากพรีเมียร์ลีกตกรอบไปแล้ว 6 ทีม หนึ่งในนั้นคือ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

สมัครเว็บแทงบอล หงส์แดง พลาดท่าพ่ายต่อ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 ทำให้หยุดเส้นทางในเอฟเอ คัพ ปีนี้อย่างรวดเร็วตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่น เช่นเดียวกับ ฟูแล่ม, เลสเตอร์ ซิตี้, ฮัดเดอร์สฟิลด์, คาร์ดิฟฟ์ และ บอร์นมัธ ขณะที่ เซาธ์แฮมป์ตัน กับ นิวคาสเซิ่ล ยังต้องลุ้นในนัดรีเพลย์หลังเสมอในนัดแรก

สำหรับ 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 4 หรือรอบ 32 ทีมสุดท้ายประกอบด้วย แมนฯ ยูฯ, เชลซี, อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส, วัตฟอร์ด, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม, เบิร์นลี่ย์, ไบรท์ตัน, คริสตัล พาเลซ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน

ในรอบ 4 ที่จับสลากประกบคู่กันเป็นที่เรียบร้อยมีเกมบิ๊กแมตช์ของสองทีมที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุดคือ อาร์เซน่อล แชมป์สูงสุด 13 สมัยจะเปิดบ้านรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ 12 สมัย

การแข่งขันในรอบ 4 จะลงสนามสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม โดยจะมีการกำหนดวันเวลาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง